การแข่งขันในตลาดอุตสาหกรรมสิ่งทอ

การส่งออกของประเทศไทยมีหลายอุตสาหกรรมทั้งอัญมณี สินค้าแช่แข็ง สินค้าทางการเกษตร สิ่งทอ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น โดยในหัวข้อนี้จะกล่าวในส่วนของอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นหลัก ซึ่งมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากกับเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยในปัจจุบันต้องทำการแข่งขันกับประเทศต่างๆดังนี้ จีน เป็นประเทศที่ทำการส่งออกสิ่งทอและเสื้อผ้าได้มากที่สุดคิดเป็น 15% ของอุตสาหกรรมนี้ โดยมีข้อได้เปรียบประเทศอื่นอยู่หลายประการ คือ มีค่าแรงที่ต่ำและวัตถุดิบส่วนใหญ่ก็หาได้ภายในประเทศจึงทำให้ต้นทุนในการผลิตสินค้านั้นต่ำกว่าประเทศอื่นๆ โดยเมื่อก่อนนั้นสินค้าจีนขึ้นชื่อว่าราคาถูกมากแต่คุณภาพไม่ค่อยดีนัก แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาฝีมือแรงงานจีนจึงทำให้สินค้าสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม เสื้อผ้าจากจีนส่วนใหญ่แล้วมีตั้งแต่คุณภาพระดับต่ำจนถึงระดับปานกลางและตั้งแต่ที่จีนได้เป็นสมาชิกของ WTO จึงยิ่งเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับจีนอีกเป็นอย่างมาก เวียดนาม เป็นอีกประเทศที่ค่าแรงไม่แพงและมีแรงงานที่มีฝีมือพอใช้ได้อยู่ ถึงแม้ว่าจะมีเปอร์เซนต์น้อยในอุตสาหกรรมนี้แต่ก็เป็นอันดับ 2 ของการส่งออกของเวียดนามรองจากน้ำมันดิบ โดยรัฐบาลของเวียดนามได้ส่งเสริมอุตสาหกรรมสิ่งทอจึงทำให้ต่างประเทศกล้าเข้ามาลงทุนและได้ทำให้อุตสาหกรรมนี้ได้คึกคักขึ้นมาเป็นอย่างมากในประเทศเวียดนาม อินโดนีเชีย มีการส่งออกผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มเป็นอันดับ 1 ของประเทศ มีต้นทุนแรงงานและพลังงานถูก สินค้าที่ออกมาจึงมีราคาไม่แพง นับได้ว่าเป็นประเทศที่น่าเข้าไปลงทุนด้วยอีกประเทศหนึ่งซึ่งรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ข้อเสียเปรียบของประเทศไทยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆข้างต้นแล้ว ก็มีหลายประการเช่นในเรื่องค่าแรง โดยหากจะจ้างแรงงานที่เป็นคนไทยก็จะมีค่าแรงที่แพงกว่าแต่ว่าจะมีทักษะและฝีมือที่ดีกว่า และในบางช่วงก็เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานจึงทำให้ต้องไปจ้างแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าแรงที่ถูกกว่าโดยในบางครั้งก็ไม่สามารถที่จะจ้างได้เนื่องจากแรงงานเหล่านั้นได้กลับไปทำงานในประเทศของตนเพราะว่าอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศตนก็กำลังเจริญเติบโตเหมือนกัน

วิกฤตสิ่งทอไทยในช่วงน้ำท่วม

คงจะจำกันได้เป็นอย่างดีในช่วงน้ำท่วมใหญ่ของไทยในปี พ.ศ.2554 ซึ่งนำความยากลำบากมาสู่ผู้คนในประเทศถึง 66 จังหวัดเลยทีเดียว ทั้งบ้านเรือน ถนนหนทาง ภาคการเกษร การผลิตตามแรงงานต่างๆรวมทั้งในส่วนโรงงานสิ่งทอด้วยที่รับผลกระทบเป็นอย่างมากเนื่องจากส่วนใหญ่จะตั้งอยู่แถบจังหวัด ปทุมธานี สระบุรี อยุธยา ลพบุรี ซึ่งจังหวัดเหล่านี้โดนน้ำท่วมทั้งหมด โรงงานต่างๆรวมทั้งเครื่องจักรต่างได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าได้ เมื่อผลิตสินค้าไม่ได้ก็มาสามารถส่งสินค้าต่อไปยังลูกค้าได้จึงทำให้อุตสาหกรรมสิ่งทอในช่วงปี พ.ศ. 2554 นั้นเกิดวิกฤตเป็นอย่างมาก พนักงานนับหมื่นคนในช่วงนั้นต้องตกงาน ถึงแม้ว่าพอพ้นช่วงน้ำท่วมไปแล้วสถานการณ์ก็ยังไม่สู้ดีนัก เนื่องจากแต่ละโรงงานต้องทำการซ่อมแซมหรือสั่งซื้อเครื่องจักรใหม่แล้วดำเนินการผลิตสินค้าขึ้นใหม่ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอของตลาดโลกในปีนั้นได้เจริญเติบโตสูงสุดในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยได้สูญเสียโอกาสทางธุรกิจไปเพราะบังเอิญได้เกิดวิกฤตทางธรรมชาติซึ่งก็คือน้ำท่วมครั้งใหญ่นั่นเอง หลังจากนั้นทางภาครัฐจึงเฝ้าระวังปัญหาเรื่องน้ำท่วมโดยให้ความสำคัญเป็นอย่างมากเนื่องจากมีบทเรียนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจมาแล้ว ทั้งอุตสาหกรรมสิ่งทอ กระดาษ อิเล็คโทรนิกส์ อัญมณี การก่อสร้าง เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนมักจะเกิดน้ำท่วมหรือน้ำป่ากันเป็นประจำ เมื่อเกิดแล้วต้องแก้ไขอย่างทันท่วงทีโดยเร็ว ตามท่อระบายน้ำต่างๆก็ต้องลอกท่อกันเป็นระยะๆเพราะมักจะมีขยะเข้าไปขวางทางระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำจะต้องมีอย่างเพียงพอตามจุดต่างๆ เป็นต้น โดยคาดว่าอุดตสาหกรรมสิ่งทอของไทยจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นแล้วกลับมารุ่งเรืองได้เหมือนเดิมในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน

อุตสาหกรรมสิ่งทอของไทยได้รับการยอมรับจากทั่วโลก

ในการทำธุรกิจใดๆ ก็ตามสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุดก็คือเรื่องของ คุณภาพ , ราคา , การเข้าถึงง่าย อุตสาหกรรมผ้าทอก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ มีสายของการผลิตในกลายขั้นตอนกว่าจะถึงมือของผู้บริโภค แม้ในปัจจุบันอุตสาหกรรมผ้าทอของไทยนั้นจะเกิดวิกฤติค่าแรงงานจากประเทศเพื่อบ้านของเรา เช่นจีน , เวียดนาม , กัมพูชา และเมียนม่า ที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางธุรกิจจากเราไปไม่น้อย แต่คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคุณภาพของสินค้าที่ส่งออกจากเรานั้น มีคุณภาพ และมาตรฐานกว่ากว่าในหลายประเทศ และยังมีชื่อเสียงที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศทั่วโลก ใน 10 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทยนั้นถือว่ามีแนวโน้มของการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้นหลังจากวิกฤติ เมื่อปี 2540 จึงเป็นสัญญาณที่ดีของการส่งออก โดยหากเทียบจากกลางปีที่แล้ว อุตสาหกรรมสิ่งทอของเราเติบโตขึ้นถึง 23 % โดยแยกเป็นสิ่งทอประมาณ 33 % เส้นใย , ผ้า และเครื่องนุ่งห่ม 10 % และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอีกในอนาคต อุตสาหกรรมสิ่งทอของไทยนั้นถือว่าวัตถุดิบทุกอย่างสามารถผลิตได้จากในประเทศนั้นเองจึงถือได้ว่าเป็นธุรกิจของเราได้ 100 % ข้อได้เปรียบของอุตสาหกรรมทอผ้าในประเทศ -มีรูปแบบแผนของการผลิตที่เป็นขั้นตอนก่อนส่งถึงมือของผู้บริโภค แบ่งเป็น 3 รูปแบบ -ต้นน้ำ    คือขั้นแรกของการเตรียมวัสดุต่างๆ ก่อนส่งโรงงานแปรรูป ได้แก่เส้นใยต่างๆ -กลางน้ำ                […]

แนวโน้มการส่งออกของอุตสาหกรรมสิ่งทอในไทย

เครื่องนุ่งห่ม 1 ในปัจจัย 4 ในการกำรงชีวิตของคนเราคงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกคนนั้นต้องสวมใส่เสื้อผ้า และเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ไว้นั้นก็ล้วนเกิดมาจากอุตสาหกรรมการทอผ้าที่มีหลากหลายธุรกิจเชื่อมโยงกันเป็นอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่ หากจะแบ่งประเภทของอุตสาหกรรมชนิดนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ด้วยกัน อุตสาหกรรมสิ่งทอผ้าก่อนถึงมือผู้บริโภค -อุตสาหกรรมต้นน้ำ (Up Stream) คือชั้นเริ่มต้นของธุรกิจผ้าทอ ซึ่งประกอบไปด้วยการ ผลิตเส้นใย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท -เส้นใยธรรมชาติ เป็นเส้นใยที่หาได้จากพืชและสัตว์ นิยมใช้จากพืชเพราะมีราคาถูกและสามารถผลิตได้เป็นจำนวนมาก -เส้นใยสังเคราะห์ เป็นเส้นใยที่มนุษย์ผลิตขึ้นโดยในแต่ละชนิดจะแตกต่างกันไป ตามการใช้งานของผ้านั้นๆ -อุตสาหกรรมกลางน้ำ (Middle Stream) คือขั้นตอนของการแปรรูปผลผลิต จากเส้นใยที่เราผลิตในขั้นตอนแรก อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้แก่ อุตสาหกรรม ปั่นด้าย , ทอผ้า , ถักผ้า และการฟอกผ้าพร้อมตกแต่งก่อนส่งออก – อุตสาหกรรมปลายน้ำ (Down Stream) ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของธุรกิจก่อนจะถึงมือผู้ให้บริโภค เปลี่ยนวัตถุดิบที่สำเร็จรูปแล้วมาส่งต่อให้กับอุตสาหกรรมเฉพาะทางเพื่อส่งถึงมือของผู้บริโภคเช่น เครื่องนุ่งห่ม , เสื้อผ้าสำเร็จรูป , ถุงมือ , ถุงเท้า , ชุดชั้นใน และผ้าทอต่างๆ นับเป็นเรื่องดีเลยที่ปริมาณการส่งออกของอุตสาหกรรมของไทยนั้นได้ฟื้นตัวขึ้น […]

สุดยอดนวัตกรรมสิ่งทอไฮเทค

เพราะเดี๋ยวนี้คนให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายกันมาก ไม่ว่าจะเป็นวิ่งแข่งหรือการแข่งขันอื่นๆที่มีปัญหาเรื่องการระบายความร้อนของเสื้อผ้า นักเทคโนโลยี และผู้ที่หลงใหลในแฟชั่นได้ร่วมมือกันคิดค้นเส้นใยที่ล้ำสมัยมากที่สุดเท่าที่เคยมีคนคิดค้นมานั้นก็คือ เส้นใย Gor-Tex เป็นเส้นใยที่เคลือบด้วยพาราฟิน เพื่อช่วยปรับอุณหภูมิเป็นสิ่งที่กำลังได้รับความสนใจ ด้วยการทำงานของ พาราฟิน ที่จะเปลี่ยนสถานะตามอุณหภูมิของผู้ที่สวมใส่ ยกตัวอย่างถ้าผู้ที่สวมใส่รู้สึกร้อนขึ้นมา พาราฟินก็จะเปลี่ยนเป็นของเหลาที่ระบายความร้อยออกจากร่างกาย หรือถ้ารู้สึกเย็นหรือในอากาศที่หนาว พาราฟินก็จะเปลี่ยนตัวเป็นของแข็งเพื่อเก็บกักความร้อนไว้ในร่างกายของเรา นี้แหละที่เรียกว่าสิ่งทออัจฉริยะ และยังมีแนวคิดที่จะป้องกันกลิ่นตัวของเรา นั้นก็คือเทคนิค Microencapsulation ทำให้เราสามารถเพิ่มองค์ประกอบของโลหะเงินให้กับสิ่งทอและเนื้อผ้าได้ เพราะโลหะเงินเป็นตัวยับยั้งการเติบโตของจุลชีพ ตัวอย่างถุงเท้าซึ่งจะทำให้คงสภาพของความสดชื่นไว้ได้นานกว่า Microencapsulation ยังสามารถนำไปผสมกับวานหางจระเข้หรับผู้ป่วยที่เป็นโรคผิวหนังที่มีอาการแพ้เสื้อผ้า เพราะผิวหนังที่แห้ง หรือเสื้อผ้าที่สามารถไล่แมลงได้ สำหรับบางประเทศที่มีปัญหาโรคที่มากับแมลงทั่วหลาย ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้จะมีวางจำหน่ายในหลายๆประเทศ เป็นเรื่องที่ดีสำหรับประเทศที่มีปัญหาในเรื่องของโรคมาลาเรีย เพราะถ้ามีวัตกรรมส่งทอไฮเทคนี้เข้ามาจะทำให้ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนั้นหมดไปอย่างแน่นอน

สิ่งทอสำหรับคนที่รักธรรมชาติ

โลกเราในปัจจุบันนี้เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เพราะมีผลกระทบต่อตัวเราเป็นอย่างมาก จะสักเกตได้จากประเทศของที่มีสภาวะอากาศที่ร้อนผิดปกติ ซึ่งก็มีสาเหตุมาจากมนุษย์ที่บุกรุกเข้าไปทำลายธรรมชาติ จึงมีแนวคิดเกี่ยวกับสิ่งทอสีเขียว หรือ นวัตกรรมสิ่งทอสีเขียว (Eco-Innovative Textiles) คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ อนุรักษ์ธรรมชาติสำหรับผู้บริโภคที่มีความรับผิดชอบต่อธรรมชาติตอบสนองความต้องการของคนที่รักธรรมชาติได้อย่างตรงจุด เริ่มตั้งแต่ขบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งด้านเทคโนโลยีและด้านความรู้ และยังพัฒนาสิ่งทอที่ยังยืน โดยที่การพัฒนานวัตกรรมสิ่งทอสีเขียวมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในสนของเรื่องผู้บริโภคที่ต้องการสิ่งทอมากขึ้น และตลาดมีความต้องการสิ้นค้าเหล่านี้ถึงแม้ราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสิ้นค้าทั่วไป หรือในราคาที่เท่ากัน เพราะเหตุนี้ประเทศไทยควรจึงให้มาให้ความสำคัญกับสิ่งทอสีเขียวที่ดีต่อโลกของเราอีกทั่งยังเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมากเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด โดยการพัฒนานวัตกรรมสิ่งทอสีเขียวสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ เนื่องจากโอกาส และยังสามารถปรับปรุงผลิตภัณฑ์การผลิตให้ดีต่อสิ่งแวดล้อม โดยนักวิจัยสามารถพัฒนาจากสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิศวกรรม รวมถึงนักออกแบบสามารถนำความรู้และความเชี่ยวชาญมาประยุกต์ โดยตัวอย่างการมีดังต่อไปนี้ การนำวัสดุที่เคยใช้แล้วสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ (recycling and use of waste as raw materials) แนวทางการผลิตในรูปแบบนี้เป็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมากในปัจจุบันสำหรับผู้ผลิตในยุคนี้ ในการวิจัยตลาดพบว่าผู้บริโภคส่วนมากเห็นชอบที่จะซื้อสินค้าที่มีวัสดุที่ใช้แล้วทางปฏิบัติรัฐควรเข้ามาดูแลในเรื่องของต้นทุนที่น้อยลง ซึ่งถ้ามาภาคเอกชนที่ต้องเข้ามาวางแผนการตลาดสำหรับคนที่ต้องการสิ้นค้าที่มีราคาที่ต่ำแต่สิ้นค้าคุณภาพดีไม่ด้อยกว่าสิ้นค้าใหม่ การออกแบบสิ้นค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ดีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ecodesign) เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ โดยคำนึงถึงผลกระทบของสิ้นค้าตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตจนไปถึงการใช้งานจริง การใช้วัตถุดิบที่ผลิตขึ้นมาใหม่ได้ (renewables) การใช้วัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติซึ่งจะทำให้การผลิตที่เร็วกว่า และสามารถนำไปใช้แทนวัตถุดิบจำพวกสารเคมีสังเคราะห์ เป็นทางเลือกในการผลิตที่มีความยั่งยืนสามารถผลิตได้อย่างต่อเนื่องและเร็วกว่า เป็นอีกหนึ่งหนทางของการผลิตสิ่งทอที่ทำได้จริงและประสบความสำเร็จ