การแข่งขันที่สูงมีผลกระทบอย่างไรต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอไทย

อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของประเทศไทย จัดเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ประเทศของเรา มีศักยภาพขั้นสูงในการแข่งขันมาเป็นเวลาอย่างช้านาน แต่อย่างไรก็ตามไทย ต้องเผชิญหน้ากับต้นทุนการผลิตซึ่งมีราคาสูงขึ้น จึงทำให้ผู้ผลิตเริ่มย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศใกล้เคียงในภูมิภาคอาเซียน จนกระทั่งส่งผลกระทบให้ประเทศเหล่านี้ กลายเป็นคู่แข่งสำคัญของไทย โดยประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้นอย่างชัดเจน ได้แก่ เวียดนาม กับ อินโดนีเซีย

เวียดนาม เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตมากขึ้น ข้อได้เปรียบ คือ มีตลาดแรงงานขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีต้นทุนค่าจ้างที่ไม่สูงเท่าไหร่ จึงทำให้นักลงทุนต่างชาติจำนวนมาก ทยอยเข้าไปสร้างฐานการผลิตในเวียดนาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยทางด้านอุตสาหกรรมประเภทนี้ ประเทศเวียดนามส่งออกสินค้าประเภทนี้ในปี 2555 เป็นจำนวนเงิน 19,387 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราการเติบโต อยู่ที่ร้อยละ 17.63 ของช่วงปี 2550 – 2555

ส่วนทางด้าน อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด ในด้านของการส่งออก อินโดนีเซียมีการขยายตัวต่อเนื่องช่วงหลายปีที่ผ่านมา หากย้อนไปดูระหว่างปี 2550 – 2555 จะพบตัวเลขมูลค่าการส่งออกสินค้าที่เป็นสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 4.36 ส่วนปี 2555 สามารถสร้างมูลค่า 12,789 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังมีแผนการสนับสนุนอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มแผนสำคัญ คือ แผนแม่บทแห่งการเร่งรัดการเติบโต ทางด้านพัฒนาการเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ปี 2554 – 2568  โดยแผนนี้ มีการกำหนดให้พื้นที่บริเวณชวาเป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศอินโดนีเซีย อีกทั้งยังมีการกำหนดนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรม รวมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมทำการปรับปรุงปัจจัยพื้นฐานต่างๆอีกมากมาย เช่น การจัดสรรปริมาณไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของโรงงาน , การยกระดับประสิทธิภาพของท่าเรือสำคัญต่างๆ , การส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีอันทันสมัยเข้ามาใช้กับการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตมากขึ้น รวมทั้งออกมามีคุณภาพกว่าเดิม เป็นต้น เท่านั้นยังไม่พอ อินโดนีเซียยังมีนโยบายเข้าไปส่งเสริมให้กิจการต่างๆ ในประเทศ ยอมลงทุนซื้อเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ล้ำยุค เพื่อนำมาใช้ทดแทนเครื่องจักร รวมทั้งอุปกรณ์เก่าอันให้ประสิทธิภาพเสื่อมลงแถมใช้พลังงานสูง โดยกิจการเหล่านั้นสามารถรับเงินคืนจากการลงทุนได้เป็นในส่วน นอกจากนี้ ถ้าหากเครื่องจักรหรืออุปกรณ์อันทันมัย ที่ซื้อมาใช้ผลิตจากในประเทศ กิจการนั้นก็ยังสามารถรับเงินคืนได้มากสูงสุดร้อยละ 25

เพราะฉะนั้น ประเทศไทยถึงคราวต้องหันมากำหนดนโยบาย รวมทั้งวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ในระยะยาว เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับการแข่งขัน ซึ่งเห็นได้ว่ามีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ แน่นอนจะแรงมากขึ้นกว่านี้ในอนาคต